เรื่องเล่าดีๆจากชาวคบ.

ก่อนจะมาเป็นเรื่องเล่า (ปี พ.ศ. 2556)

พูดถึงเภสัชกร คนส่วนใหญ่มักนึกถึงคนจ่ายยาที่โรงพยาบาล หรือคนขายยาที่ร้านขายยา แต่มีน้อยคนนักที่จะรู้ว่าเภสัชกรบางคนทำงานแบบสายลับและตรวจจับแบบตำรวจ งานคุ้มครองผู้บริโภคด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพไม่ว่าจะเป็นอาหาร ยา เครื่องสำอาง เครื่องมือแพทย์ วัตถุอันตราย ฯลฯ ล้วนแล้วเป็นงานที่เภสัชกรต้องกำกับดูแลเพื่อความปลอดภัยแก่ผู้บริโภค

การประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบถึงความไม่ปลอดภัยของผลิตภัณฑ์หรือการป้องกัน

ตัวเองจากคำหลอกลวงโฆษณาชวนเชื่ออวดอ้างสรรพคุณผลิตภัณฑ์ว่าสามารถรักษาโรคภัยต่างๆได้นั้นมีหลากหลายวิธีไม่ว่าจะเป็นสื่อวิทยุ โทรทัศน์ เอกสารวิชาการ บทความในหนังสือ  แต่ก็ไม่สามารถต้านกระแสโฆษณาอวดอ้างสรรพคุณทำให้หลายต่อหลายคนหลงเชื่อเพราะต้องการให้โรคภัยที่ตนเองประสบอยู่หายขาด หลุดพ้นจากการกินยาทุกวัน     หลุดพ้นจากการปวดเมื่อย  แต่กลับกลายเป็นการทำลายสุขภาพนอกจากโรคภัยไม่หายแล้วอาจได้รับโรคภัยอันตรายอื่นๆเป็นของแถมหนักเข้าขั้นเสียชีวิตได้

เครือข่ายคุ้มครองผู้บริโภคด้านสาธารณสุขเขต 15             ( จังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง และ แม่ฮ่องสอน )  ได้จัดทำโครงการ เรื่องเล่า ประสบการณ์การทำงาน คุ้มครองผู้บริโภคด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพ พ.ศ. 2556  ขึ้น โดยได้รับงบประมาณจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา  ในการจัดทำโครงการเพื่อพัฒนาพนักงานเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในการเขียนเรื่องเล่า  สามารถถ่ายทอดประสบการณ์การทำงานผ่านตัวหนังสือให้ประชาชนได้อ่านได้รับรู้ถึงกระบวนการทำงานในการคุ้มครองผู้บริโภคฯ ตลอดจนได้รับความรู้ในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ปลอดภัย

หนังสือเล่มนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย หากไม่ได้รับการอบรมการเขียนเรื่องเล่าจากนักเขียนรุ่นพี่คุณบินหลา สันกาลาคีรี   นักเขียน นักเล่าเรื่อง ที่เสียสละเวลา มาเล่าประสบการณ์ เทคนิคการเขียน ให้นักอยากเล่าที่ไม่เคยเขียนหนังสือมาก่อนได้เขียนเพื่อมาเล่าให้ท่านได้อ่าน และขอขอบคุณวิทยากรอีกสองท่านคือ คุณอนุพันธุ์ พฤกษ์พันธ์ขจี      ผู้อำนวยการสถาบันศิลปะบำบัดในแนวมนุษยปรัชญา ที่มาเปิดโลกทัศน์ใหม่ให้หัวใจอ่อนโยนด้วยการแต่งแต้มสีสันผ่านการวาดรูป และ คุณพรพิมล  ศักดิ์สูง เภสัชกร โรงพยาบาลแม่จัน จังหวัดเชียงราย ที่มาเล่าประสบการณ์การเขียนแนว Narative Medicine Storytelling หรือ เรื่องเล่าการแพทย์และการเยียวยา โดย อ.โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์ เป็นผู้ส่งไม้ต่อให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขมาหลายต่อหลายรุ่นแล้ว หนังสือเล่มนี้ไม่มีวางขายแต่มีไว้แจกจ่าย เพื่อที่ให้ท่านได้อ่านเล่นระหว่างรอแพทย์ตรวจหรือรอทานข้าว  หวังว่าคงได้รับความสุขในการอ่านและมีภูมิต้านทานสินค้าหลอกลวง หลงให้ซื้อในครั้งต่อไป

กลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภคและเภสัชสาธารณสุข สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่

   1A3

“ผมไม่เคยกลัวใคร….?”   โดย ภก.มโนรมภ์  สินธพอาชากุล  สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่

 

ผมชื่อเภสัชกรมนัส ผมเป็นคนห้าว  เรื่องนี้ใครๆก็รู้ เพราะมีวีรกรรม วีรเวรมามากมายพอสมควร คนขับรถ พยาบาล นักการภารโรง หรือแม้แต่ ผอ.โรงพยาบาล ทุกคนรู้กิติศัพท์ของผมเป็นอย่างดี อันที่จริงผมก็ออกจะภูมิใจนิดๆด้วยซ้ำ ที่ไม่มีใครกล้าตอแยกับผม ก็ลองดูสิ ผมพร้อมชนอยู่แล้ว ไม่ยอมใครง่ายๆหรอก

แม้ว่าผมจะเป็นเภสัชกร แต่ก็ไม่ชอบงานที่โรงพยาบาลชุมชนไกลปืนเที่ยงแห่งนี้เลย เพราะมันซ้ำซากจำเจ ไม่น่าสนใจ วันๆเอาแต่จัดยาจ่ายยา เฮ้อ…น่าเบื่อจริงๆ  เมื่อผมได้ข่าวว่าหัวหน้าฝ่ายคุ้มครองผู้บริโภค ที่จังหวัดประกาศอยากได้คนมาทำงานด้วย ผมจึงไม่ลังเลที่จะยื่นความจำนงค์ขอย้ายไปทำงานที่จังหวัดแทบจะในทันที หลังจากย้ายออกจากโรงพยาบาลที่น่าเบื่อแห่งนั้น และเข้ามาทำงานในจังหวัดเรียบร้อยแล้ว หัวหน้าก็เรียกผมไปคุยด้วยในเช้าวันหนึ่ง แกบอกผมให้เรียกแกว่า “พี่จรัล” แต่พวกพี่ๆในจังหวัด ทุกคนจะเรียกแกติดปากว่า “หัวหน้าจรัล” ผมพอทราบมาก่อนว่า แกออกจะเป็นคนห้าวๆ และใจร้อน โดยเฉพาะเวลาทำงาน แต่ก็เป็นคนมีเหตุผล เพียงแต่ว่าตอนนี้ผมยังไม่ค่อยสนิทสนมกับแกมากนัก นิสัยเหมือนกัน ทำงานด้วยกัน จะออกหัวออกก้อยยังไงก็ช่างมัน ผมไม่เป็นไรอยู่แล้ว

หลังจากแกแนะนำการทำงานต่างๆที่แสนยืดยาวเสร็จแล้ว ผมก็ถามตรงๆว่า “ผมขอตกลงกับหัวหน้าก่อนนะครับ ว่าผมไม่ชอบทำงานเอกสาร ธุรการ ผมชอบงานลุยๆ” แกจ้องหน้าผม ยิ้มที่มุมปาก แล้วออกปากเตือนผมว่า “งานที่นี่ต้องระมัดระวัง อย่าใจร้อน บุ่มบ่าม จะอันตราย” ผมฟังแล้วก็แอบคิดใจว่า “โถ…ไหนใครว่าหัวหน้าจรัลเป็นคนกล้า ที่แท้ ก็….เฮอะ..ไม่เท่าไหร่นี่หว่า แกคงไม่รู้ว่า ผมน่ะมันของจริง เคยกลัวใครเสียที่ไหน…”

ช่วงเดือนแรกของการทำงานที่จังหวัด เป็นช่วงที่ผมออกจะผิดหวัง เพราะได้รับมอบหมายให้ตรวจร้านขายยาทั่วเมือง งานก็เรื่อยๆ ไม่น่าสนใจอย่างที่คาด ปัญหาร้านขายยาก็เหมือนกันนั่นแหละ ได้แต่ตักเตือนไม่เอาจริงซักที พวกอาเฮียอาตี๋ มันก็ไม่กลัวสิ แต่ว่าก็ว่าเหอะถึงแม้มันจะเป็นแบบนี้ มันก็ยังน่าเบื่อน้อยกว่างานจัดยาจ่ายยาที่โรงพยาบาลอยู่ดี ผมก็คงต้องรอ รอว่าเมื่อไหร่จะได้ทำอะไรๆที่มันสนุกๆเสียที แต่ดูๆหัวหน้าจรัลก็เฉย ไม่สั่งให้ผมทำอะไรที่พิเศษเลย..เฮ้อ…

วันนี้ผมมีงานออกตรวจร้านยาเหมือนเคย โดยออกไปกับป้านิดซึ่งก็เป็นคู่ออกตรวจเจ้าประจำ แค่เริ่มตรวจร้านแรกก็น่าเบื่อแล้ว เจอเภสัชหน้าจืดๆ ยืนอยู่หน้าร้าน ถามคำตอบคำ เสียงก็เบาแถมตะกุกตะกัก ผมต้องถอนหายใจแล้วถามใหม่ด้วยเสียงเข้มตั้งหลายครั้ง กว่าจะรู้เรื่อง ตรวจละเอียดแล้วไม่พบอะไรผิดปกติ สรุปคือไม่มีอะไรน่าจดจำ สำหรับร้านนี้ หันไปบอกป้านิดว่า ไปดูร้านที่อยู่ตึกแถวเดียวกันนี่แหละ แต่ถัดไปอีกสองคูหาดีกว่า เภสัชหน้าจืดมองผมเดินออกร้านไปอย่างงงๆ เดินออกมาถึงยังไม่ทันเข้าร้านใหม่ ผมเหลือบตามองเข้าไปเห็นอาเฮียกำลังยื่นยาอะไรซักอย่างให้กับคนซื้อ พออาเฮียเห็นผมเดินเข้าไป ก็ออกท่าทางพิรุธ เหงื่อแตก ยืนลับๆล่อๆบริเวณโต๊ะเก็บเงินด้านใน จากรูปการณ์ก็พอรู้ว่ามันต้องมีอะไรผิดปกติแน่นอน ยังงี้ต้องเจอกันหน่อยซะแล้ว… ผมพุ่งปราดเข้าไปถึงจุดที่แกยืนอยู่ เอื้อมมือไปดึงลิ้นชักเก๊ะเก็บเงินออกมา ฮั่นแน่…เจอจนได้ มียาเพียบเลย ทั้งแบบแผงและแบบขวด คำถามคือ “อาเฮียหยิบยาอะไรขายไป ?”  “เภสัชอยู่ไหน ทำไมไม่มาจ่ายยา ?”  “แล้วนี่มันยาอะไรเนี่ย…?” คำถามออกมาเป็นชุดๆ “อ้าว เฮียทำไมอ้ำอึ้งล่ะ ตอบผมเร็วๆสิ…” ผมขึ้นเสียง น่ารำคาญจริงๆพวกขี้แหยนี่นะ ผมนึกในใจ ขณะเดียวกันก็หยิบแผงยาตรวจดูไปด้วย เอ…มันก็แค่ยาคุมนี่หว่า ทำไมต้องลับๆล่อๆด้วยนะ มือล้วงเข้าไปใต้เก๊ะ นี่ไงเจอแล้ว แผงยาในกล่องนี้ คุ้นตามาก ไหนดูซิ นั่นไง..มันคือยาไวอะกร้าอันโด่งดังนี่เอง  ขายได้ยังไง ไม่มีใบสั่งแพทย์ แถมตัวเองก็ไม่ใช่เภสัชกรเสียด้วย ยังงี้ต้องทำอะไรมั่งแล้ว….

หลังจากบันทึกคำให้การ บรรยายความผิดตามกฎหมาย รวมทั้งบอกแกด้วยว่ามีโทษ ต้องถูกเรียกไปเปรียบเทียบปรับที่จังหวัด แกก็หน้าบึ้ง ไม่ยอมพูดจา คนเราผิดแล้วไม่ยอมรับผิด  มันน่า…..นัก  หลังจากตรวจและดำเนินการร้านยาเสร็จแล้ว ผมเหลือบดูเวลา นี่ก็เกือบเที่ยงวันแล้ว หิวข้าวขึ้นมาทันใด เลยชวนป้านิดไปหาอะไรกินกันหน่อย แต่ตาเจ้ากรรมก็ดันเหลือบไปเห็น รถบรรทุกหน้าตาคุ้นๆ จอดอยู่หน้าตลาด ลักษณะเป็นรถกระบะติดหลังคา ประตูหลังปิดล็อคอย่างแน่นหนามิดชิด “เฮ้ย…นี่มันรถเร่ขายยานี่หว่า…” ยังงี้สิ ผมแอบลิงโลดในใจ ชีวิตค่อยมีสีสันหน่อย ลืมความหิวไปเสียสนิทเลย ท่าทางเจ้าเด็กขับรถดูระแวดระวังทีเดียว คงกำลังมาส่งยาให้ร้านขายของชำแถวนี้นี่เอง ต้องไปดูเสียหน่อย  ผมพยักหน้าให้ป้านิด พร้อมชี้ไปที่รถต้องสงสัย ป้ารู้ทันที รีบสาวเท้าตามผมออกไปที่รถดังกล่าว เมื่อไปถึง คนขับรถทำท่าตกใจ ท่าทีมีพิรุธ ผมแสดงตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและขอตรวจสอบของในรถ หลังจากอิดออดซักครู่ มันก็ยอมเปิดประตูหลังรถอย่างไม่ค่อยเต็มใจ โอ้โหเจอยาเพียบเลย รวมสารพัดยี่ห้อ เป็นยาอันตรายทั้งนั้น  ผมบอกให้ป้านิดไปแจ้งความตำรวจ ส่วนผมจะอยู่ที่รถกับคนขับ โชคเข้าข้างที่มีป้อมยามตำรวจอยู่ตรงสี่แยกไฟเขียวไฟแดงถัดไป “ป้าไปแจ้งตำรวจที่ป้อมก็ได้ ทางโน้น” ผมบอกป้าพร้อมชี้ไปทางสี่แยก ป้ารีบเดินออกไป ผมหันกลับมาถามเด็กขับรถว่า ยังมีใครอีกบ้าง มันไม่ยอมตอบ บอกอย่างเดียวว่า เดี๋ยวนายจะมาเคลียร์ แล้วก็ก้มหน้างุดไม่พูดไม่จา  ไม่ถึงสิบนาทีจ่าก็เดินมาพร้อมกับป้านิด ผมจึงชี้แจงให้จ่าเข้าใจ และขอให้ควบคุมตัวคนขับไปโรงพัก

เมื่อมาถึงโรงพัก ผมแจ้งให้ร้อยเวรทราบถึงข้อหาความผิดต่างๆ ขณะที่ร้อยเวรกำลังสอบสวนคนขับรถอยู่ ก็มีชายฉกรรจ์สองสามคนขับรถมาจอดที่ลานจอดรถโรงพัก แต่ไม่ยอมขึ้นมาบนอาคาร ผมเหลือบเห็นแต่ก็ไม่สนใจ มัวยุ่งกับการตรวจสอบยาที่ยึดได้จากท้ายรถ เพราะมียาเยอะมาก รวมราคาก็คงหลายแสนอยู่ หลังจากบันทึกรายการต่างๆเสร็จแล้ว ผมก็ลงมาที่รถพร้อมป้านิด หนึ่งในชายฉกรรจ์สวมชุดซาฟารี เดินเข้ามาหาผม มือสอดเข้าไปในชายเสื้อ มีอะไรตุงอยู่ข้างใน ตาจ้องผมเขม็ง พูดเสียงเข้มว่า “มึงจับลูกน้องกูทำไม….?” “มึงแกล้งกูเหรอ…?” ผมซึ่งยังไม่ทันตั้งตัว ต้องหยุดชะงัก พูดอะไรไม่ออก  ความกลัวมันแล่นพล่านในอก ปากคอสั่นบังคับไม่ได้  “เออ….ผม ม ม…” ผมยังไม่ทันตอบอะไร เพื่อนของมันที่มาด้วยกันก็ทั้งฉุดทั้งดันมันไปขึ้นรถ  มันพยายามแกะมือ ท่าทางฮึดฮัด ตาจ้องผมเขม็ง อย่างจงเกลียดจงชัง

ถึงตอนนี้ ผมเข่าอ่อน แทบไม่มีแรงเดิน แต่ก็แข็งใจ เปิดประตูให้ป้านิดที่มีสีหน้าซีดเผือดขึ้นรถ ตัวเองรีบสตาร์ทรถ แล้วขับออกจากโรงพักทันที  สมองคิดอะไรไม่ออก มันสับสน กลัวจนบอกไม่ถูก เราจะทำยังไงต่อไปดี เจ้าความกล้า ความหยิ่งผยอง มันหายไปไหนหมดหนอ อยากลองดีไม่ใช่เหรอ แล้วไง ? สมองคิดวนเวียนอยู่อย่างนี้ จนถึงที่ทำงาน ผมเดินเงียบๆเข้าไปที่โต๊ะ นั่งซึมไม่พูดไม่จากับใคร จนกระทั่งเกือบจะเลิกงาน  เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น มีใครซักคนรับสาย “รอสักครู่นะคะ” พร้อมหันมาทางผม “มีคนต้องการคุยกับผู้รับผิดชอบร้านขายยาค่ะ”

ผมลุกไปรับโทรศัพท์อย่างหวาดๆ เพิ่งสังเกตว่ามือตัวเองสั่นระริก “ฮัลโหล…สวัสดีครับ ต้องการพูดสายกับใครครับ ?” ดูไม่เหมือนเสียงตัวเองเลย…ปลายสายไม่พูดพล่ามทำเพลง มันสบถตอบมาอย่างเคียดแค้น “ไอ้ห่….กูต้องการคุยกับหัวหน้า.. มึงเป็นใคร ?”  ผมสดุ้ง แต่ก็พยายามทำเสียงให้ปกติ “ต้องการคุยเรื่องอะไรครับ ?”  ยังไม่ทันขาดคำ มันเสียงดังสวนกลับมาทันที “มึงไม่ต้องเสือ..ก…กูต้องการคุยกับหัวหน้ามึง แม่ม..บังอาจจับรถกู…” พร้อมกับผรุสสวาทตามอีกหลายคำ  มาถึงตอนนี้ ผมฟิวส์ขาด มันจะเกินไปแล้ว ตะโกนกลับไปว่า “กูนี่แหละ หัวหน้า !!! กูเองที่สั่งให้จับรถมึง มึงมีปัญหาเหรอ…?” มันเงียบไปพักนึง แล้วก็แค่นเสียงย้อนว่า “อ้อ มึงนั่นเอง มึงอยากตายเหรอ มึงชื่ออะไร แน่จริงมึงบอกกูมา…กูตามไปจัดการมึงแน่…” มาถึงขนาดนี้แล้ว เป็นไงเป็นกันยอมไม่ได้ ผมตอบกลับไปอย่างช้าๆชัดๆ

“กู ชื่อ หัวหน้าจรัล แน่จริง มึงมาเจอกู กูไม่กลัว มึงหรอก…”

ว่าแล้วผมก็กระแทกหูโทรศัพท์อย่างแรง บรรยากาศในห้องที่เงียบสนิทตึงเครียดขึ้นทันใด ทุกคนต่างได้ยินเต็มสองหู ผมถอนหายใจอย่างยากลำบาก  ก้มหน้าเดินออกจากที่ทำงาน ไม่อยากจะสบสายตากับใครทั้งนั้น…

 

 

Download เรื่องเล่าเล่ม 1  ได้ที่นี่food&med23oct

ร้องเรียน Online

อย. ขอบอก

  อย.Reporter ประจำเดือน กุมภา

ร้องเรียน online

แจ้งเรื่องร้องเรียนต่างๆ ผ่านร

สำนักงานสาธารณสุข เชียงใหม่

เว็บไซต์สำนักงานสาธารณสุข

เว็บไซต์แนะนำ

รวมเวปไซท์แนะนำต่างๆของสำนักสา